หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มาตรฐาน ISO 26000 บทที่ 5 (ตอนที่ 11 หัวข้อกำหนด 4.3 - ความโปร่งใส)

บทที่ 5
การอธิบายความหมาย และรายละเอียดของมาตรฐาน ISO 26000 ฉบับ FDIS (Explanation of ISO/SR 26000; Final Draft International Standard)
ตอนที่ 11: หัวข้อกำหนด 4.3 ความโปร่งใส  

4.3 Transparency

The principle is: an organization should be transparent in its decisions and activities that impact on society and the environment.
An organization should disclose in a clear, accurate and complete manner, and to a reasonable and sufficient degree, the policies, decisions and activities for which it is responsible, including their known and likely impacts on society and the environment. This information should be readily available, directly accessible and understandable to those who have been, or may be affected in significant ways by the organization. It should be timely, factual and be presented in a clear and objective manner so as to enable stakeholders to accurately assess the impact that the organization’s decisions and activities have on their respective interests.
The principle of transparency does not require that proprietary information be made public, nor does it involve providing information that is privileged or that would breach legal, commercial, security or personal privacy obligations.
An organization should be transparent regarding:
- the purpose, nature and location of its activities;
- the identity of any controlling interest in the activity of the organization;
- the manner in which its decisions are made, implemented and reviewed, including the definition of the roles, responsibilities, accountabilities and authorities across the different functions in the organization;
- standards and criteria against which the organization evaluates its own performance relating to social responsibility;
- its performance on relevant and significant issues of social responsibility;
- the source, amounts and application of its funds;
- the known and likely impacts of its decisions and activities on its stakeholders, society, the economy and the environment.; and
- its stakeholders and the criteria and procedures used to identify, select and engage them.


คำอธิบาย
4.3 ความโปร่งใส
        หลักการของความโปร่งใสนั้น ระบุไว้ว่า องค์การควรมีความโปร่งใสในเรื่องของการตัดสินใจ และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจจะแสดงผลกระทบออกมาต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอยู่โดยตรง
        องค์การจึงควรมีการเปิดเผยรายละเอียดของการปฏิบัติงานออกมาในลักษณะของการกระทำที่เป็นรูปแบบเกิดขึ้นอย่างชัดเจน มีความถูกต้องเที่ยงตรง และเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นจริงที่สมบูรณ์อย่างครบถ้วน มีความสมเหตุสมผลที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่พอเพียงสำหรับการกำหนดรายละเอียดที่เป็นนโยบาย ผลของการตัดสินใจ และระดับกิจกรรมที่ต้องแสดงความรับผิดชอบขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งครอบคลุมรวมไปถึงผลกระทบประการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงสามารถรับรู้ได้ และอาจมีลักษณะเป็นแนวโน้มของผลกระทบต่อสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมแห่งนั้นอยู่โดยตรง นอกจากนี้รายละเอียดของสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง จะต้องแสดงระดับของความเป็นประโยชน์ออกมาอย่างเปิดเผย มีการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศต่างๆ เหล่านั้นได้โดยตรง และสามารถทำความเข้าใจเกิดขึ้นได้โดยง่ายสำหรับการใช้ประโยชน์จากกลุ่มบุคคล/ ทุกส่วนซึ่งได้รับผลกระทบในระดับนัยสำคัญที่เกิดขึ้นมาจากความสืบเนื่องของการตัดสินใจสำหรับองค์การแห่งนั้นเป็นประการสำคัญ นอกจากนี้แหล่งสารสนเทศที่จำเป็นดังกล่าว ยังต้องแสดงถึงระดับของความเป็นประโยชน์เกิดขึ้นมาภายในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม สามารถช่วยสะท้อนถึงผลของความเป็นจริง และมีการนำเสนอหรือถูกเผยแพร่ออกมาในลักษณะที่ชัดเจน มีการกำหนดวัตถุประสงค์ที่เด่นชัด เพื่อให้ได้รับทราบได้โดยง่ายต่อกลุ่ม Stakeholders ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยทั้งนี้ยังต้องสามารถประเมินได้อย่างเหมาะสมสำหรับผลกระทบประการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ หรือเมื่อปรากฏเป็นการปฏิบัติงานกิจกรรมในลักษณะต่างๆ ที่องค์การได้กระทำขึ้นมา และจะมีอิทธิพลต่อผลประโยชน์ที่ได้รับจากกลุ่ม Stakeholders ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้อยู่ร่วมด้วยเสมอ
        นอกจากนี้หลักการในเรื่องของความโปร่งใสดังกล่าว จะต้องไม่ครอบคลุมลงไปในรายละเอียดสำหรับการแสดงผลของการเปิดเผยข้อมูลที่ปรากฏออกมาเป็นสิทธิส่วนตน หรือเมื่อมีการเผยแพร่ให้ต่อสาธารณชนได้รับทราบ รวมไปถึงการเป็นแหล่งสารสนเทศทั้งหลายที่มีผลเมื่อถูกคุ้มครองสิทธิทางกฎหมาย โดยไม่ต้องการอนุญาตให้มีการละเมิด หรือมีการฝ่าฝืนสำหรับสัญญาที่กระทำขึ้นมาในลักษณะต่างๆ และอาจปรากฏออกมาเป็นรายละเอียดทางการค้า การแสดงถึงผลของความมั่นคงหรือข้อมูลลับส่วนบุคคล ซึ่งจัดถือได้ว่า เป็นข้อผูกมัดทางกฎหมายอยู่ร่วมด้วยอีกประการหนึ่ง
        องค์การควรมีความโปร่งใสในรายละเอียดที่ควรพิจารณาและต้องคำนึงอยู่ร่วมด้วย คือ
        - การกำหนดรายละเอียดของวัตถุประสงค์ ธรรมชาติและลักษณะของกิจกรรมประเภทต่างๆ รวมไปถึงสถานที่ตั้ง/ พื้นที่ที่มีการปฏิบัติงานเหล่านั้นอยู่โดยตรง
        - การระบุ/ ชี้บ่งถึงวิธีการในการควบคุมผลประโยชน์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวเนื่องอยู่กับการปฏิบัติกิจกรรมขององค์การแห่งนั้นเป็นประการสำคัญ
        - การกระทำที่เกี่ยวข้องกับวิธีการตัดสินใจ การดำเนินงาน/ การจัดตั้ง และการทบทวน ซึ่งครอบคลุมลงไปในเรื่องรายละเอียด และคำจำกัดความของบทบาท ความรับผิดชอบต่างๆ การแสดงผลของความพร้อมรับผิดชอบหรือความถูกต้อง/ น่าเชื่อถือ รวมไปถึงอำนาจดำเนินการที่ต้องปฏิบัติขึ้นมาอย่างครอบคลุม และเป็นไปอย่างกว้างขวางโดยมีลักษณะที่ข้ามหน้าที่ และสายการปฏิบัติงานต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ภายในองค์การแห่งนั้น
        - การปฏิบัติงานเพื่อให้มีความสอดคล้องเป็นไปตรงตามรายละเอียดของมาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นมาโดยองค์การแห่งนั้น รวมไปถึงความสามารถในการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ SR ต่างๆ ออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนอีกประการหนึ่งร่วมด้วย
        - ผลของการปฏิบัติงานที่เป็นไปตามรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง หรือการระบุ/ ชี้บ่งถึงนัยสำคัญสำหรับประเด็นต่างๆ ในด้าน SR เป็นส่วนใหญ่
        - แหล่ง จำนวน และการประยุกต์ใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับทุนและทรัพยากรด้านการเงินขององค์การแห่งนั้น
        - ผลของการรับรู้ขึ้นมาอย่างแท้จริง การแสดงถึงรายละเอียดของความตระหนักสำหรับผลกระทบทั้งหลายที่สืบเนื่องมาจากการตัดสินใจ หรือเมื่อผ่านการปฏิบัติงานจากกิจกรรมประเภทต่างๆ ต่อกลุ่ม Stakeholders ทั้งหลาย การเปลี่ยนแปลงสภาพทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอยู่โดยตรง และ
        - การระบุ/ ชี้บ่งถึงเอกลักษณ์หรือคุณลักษณะเฉพาะของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเมื่อได้รับการพิจารณาแล้วว่า เป็นกลุ่ม Stakeholders ประเภทต่างๆ และครอบคลุมรวมไปถึงรายละเอียดที่เป็นกฎเกณฑ์ แนวทางการปฏิบัติที่ใช้ประโยชน์ เพื่อทำการระบุ/ ชี้บ่ง การคัดเลือก และการแสดงวิธีการผูกมัดเข้ากับกลุ่ม Stakeholders ต่างๆ เหล่านั้นเป็นประการสำคัญ

การจัดทำรายงานความโปร่งใส (Transparency Report) ขึ้นมาสำหรับองค์การแต่ละแห่ง ซึ่งจัดได้ว่า เป็นความรับผิดชอบประการหนึ่งตามหลักการของ SR
XXXXXXXXX



วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มาตรฐาน ISO 26000 บทที่ 5 (ตอนที่ 10 หัวข้อกำหนด 4.2 - การแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบ)

บทที่ 5
การอธิบายความหมาย และรายละเอียดของมาตรฐาน ISO 26000 ฉบับ FDIS (Explanation of ISO/SR 26000; Final Draft International Standard)
ตอนที่ 10: หัวข้อกำหนด 4.2 การแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบ
4.2 Accountability
The principle is: an organization should be accountable for its impacts on society, the economy and the environment.
The principle suggests that an organization should accept appropriate scrutiny and also accept a duty to respond to this scrutiny.
Accountability involves an obligation on management to be answerable to the controlling interests of the organization and on the organization to be answerable to legal authorities with regard to laws and regulations. Accountability for the overall impact of its decisions and activities on society and the environment also implies that the organization’s answerability to those affected by its decisions and activities, as well as to society in general, varies according to the nature of the impact and the circumstances.
Being accountable will have a positive impact on both the organization and society. The degree of accountability may vary, but should always correspond to the amount or extent of authority. Those

organizations with ultimate authority are likely to take greater care for the quality of their decisions and oversight. Accountability also encompasses accepting responsibility where wrongdoing has occurred, taking the appropriate measures to remedy the wrongdoing and taking action to prevent it from being repeated.
An organization should account for:
- the impacts of the its decisions and activities on society, the environment and the economy, especially significant negative consequences, and
- the actions taken to prevent repetition of unintended and unforeseen negative.

คำอธิบาย
4.2 การแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบ
        หลักการของการแสดงความพร้อมรับผิดชอบ และยังถือว่า เป็นเรื่องของการสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มเติมขึ้นมาอีกร่วมด้วยประการหนึ่งนั้น ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า องค์การแต่ละแห่ง ล้วนสมควรต้องแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบขึ้นมาสำหรับรายละเอียดของผลกระทบทั้งหลาย ที่อาจเป็นผลสืบเนื่องเกิดขึ้นมาตามลำดับ และสามารถส่งผลกระทบต่อสังคม สภาพทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมได้เป็นประการสำคัญ
 
        จากรายละเอียดแนวความคิดพื้นฐานประการสำคัญของ SR ก็คือ องค์การทั้งหลายสมควรจะต้องยอมรับข้อผูกมัดทางศีลธรรมประการต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรากฏสภาพออกมาเป็นผลกระทบทั้งหลายต่อสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นรายละเอียดของหลักการของการแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบเช่นนี้ จึงมีความมุ่งหมายและปรากฏเป็นคำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อต้องการมุ่งเน้นลงไปให้เห็นว่า องค์การแต่ละแห่งเหล่านั้น สมควรจะมีการยอมรับ หรือมีการกำหนดแนวทางของการปฏิบัติที่เหมาะสมขึ้นมาบางประการ และควรครอบคลุมรายละเอียดที่รวมไปถึงการยอมรับสำหรับหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติขึ้นมาด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตอบสนองได้ตรงตามแนวทางที่ถูกกำหนดขึ้นมาไว้อย่างชัดเจนเช่นนั้นทุกประการ
        ในเรื่องของการแสดงผลของความพร้อมในการรับผิดชอบ หรือเพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาสำหรับองค์การแต่ละแห่ง จึงจัดถือได้ว่า เป็นสถานะข้อผูกมัดเข้ากับระบบการบริหาร/ การจัดการขององค์การแห่งนั้นเป็นส่วนใหญ่ ที่ล้วนจำเป็นจะต้องมีคำตอบ หรือสามารถอธิบายรายละเอียดออกมาให้เห็นได้อย่างเด่นชัดในเรื่องของความสามารถในการควบคุมผลประโยชน์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การแห่งนั้นตามลำดับ และยังครอบคลุมรวมไปถึงการแสดงผลความผูกมัดตนเองขององค์การ เข้ากับระดับความสามารถในการตอบคำถามได้ตรงกับความต้องการของหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจบังคับใช้ทางภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ในการช่วยตรวจสอบหรือกำกับ ทั้งนี้เพื่อให้มีการปฏิบัติงานสามารถดำเนินเป็นไปได้อย่างสอดคล้องตรงตามรายละเอียดกฎหมายหรือข้อกำหนดต่างๆ อีกประการหนึ่งร่วมด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นสถานะการแสดงผลในเรื่องของความพร้อมในการรับผิดชอบสำหรับรายละเอียดของผลกระทบทั้งหมด ที่อาจเกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการตัดสินใจ และการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ต่อสถาพสังคมและสิ่งแวดล้อมเช่นนั้น จึงยังคงปรากฏออกมาเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหรือหน้าที่หลักขององค์การแห่งนั้น ที่จะต้องแสดงความเคารพนับถือต่อผลของการตัดสินใจ หรือการมีกิจกรรมประเภทต่างๆ ที่ถูกดำเนินการขึ้นมาตามลำดับ และเช่นเดียวกับเรื่องการแสดงความรับผิดชอบขึ้นมาอย่างชัดเจนขององค์การสำหรับรายละเอียดของผลกระทบทั้งหมด ที่ปรากฏว่า มีผลอยู่โดยตรงต่อสังคมทั่วๆ ไป ซึ่งทั้งนี้อาจแสดงความแตกต่างกันออกไปได้ตามลักษณะธรรมชาติ หรือสถานการณ์ของผลกระทบประการต่างๆ เหล่านั้นเป็นประการสำคัญ
        การยอมรับถึงหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหรือมีความเกี่ยวข้องอยู่โดยตรงกับความพร้อมในการรับผิดชอบเช่นนั้น ยังอาจส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อองค์การและสังคมขึ้นมาได้ตามลำดับ โดยเฉพาะระดับของการแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบเช่นนี้ จึงอาจมีความแปรผันแตกต่างกันออกไปได้บ้างในแต่ละส่วนขององค์การแห่งนั้น แต่ทั้งนี้รายละเอียดส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องมีผลที่แสดงความสอดคล้องเข้ากับระดับหรือปริมาณของหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาทำหน้าที่บังคับใช้ทางกฎหมายอีกร่วมด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นเมื่อองค์การแห่งใดก็ตาม ที่แสดงความพร้อมในการรับผิดชอบออกมาอย่างได้ผลที่ถูกต้อง หรือเกิดระดับของความสมบูรณ์ขึ้นมาภายใต้อำนาจหน้าที่ได้มากที่สุดแล้ว จึงสามารถช่วยชี้บ่ง หรือแสดงให้เห็นถึงผลของความห่วงใยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของการตัดสินใจ หรือเมื่อเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าจะเกิดขึ้นเป็นผลอยู่ในระดับที่สูงได้ด้วยอีกเช่นกัน ในขณะเดียวกันลักษณะของการแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบดังกล่าว ยังครอบคลุมรายละเอียดของการปฏิบัติงานที่เป็นไปในด้านของการเกิดผลลัพธ์ที่มีข้อผิดพลาดขึ้นมาให้เห็นได้อีกประการหนึ่งด้วย ทั้งนี้เพื่อต้องการนำไปสู่การกำหนดมาตรการโต้ตอบ การกำหนดวิธีการปฏิบัติบางประการในลักษณะที่มีความเหมาะสมขึ้นมาเป็นการล่วงหน้า หรือเพื่อเป็นการแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาดเหล่านั้นให้หมดสิ้นลงไปได้ตามลำดับ และถือว่า ยังเป็นเรื่องของการกำหนดวิธีการปฏิบัติที่เป็นลักษณะของการป้องกันเพิ่มเติมขึ้นมาบางประการหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเช่นนั้น ซ้ำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในโอกาสข้างหน้าได้อีกส่วนหนึ่งร่วมด้วย
        ในทางปฏิบัติองค์การแต่ละแห่งจึงควรจะแสดงความพร้อมในการรับผิดชอบ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดที่ต้องพิจารณา และคำนึงถึงอยู่ร่วมด้วยเสมอ ก็คือ
        - ผลลัพธ์หรือผลกระทบส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมาจากวิธีการตัดสินใจ หรือการดำเนินกิจกรรมประเภทต่างๆ ขององค์การแห่งนั้นต่อสภาพทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครอบคลุมรายละเอียดรวมไปถึงผลกระทบสืบเนื่องเชิงลบประการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ติดตามมาอยู่ร่วมด้วย และ
        - วิธีการปฏิบัติบางประการที่ถูกดำเนินการขึ้นมาครั้งนั้น โดยเฉพาะจะเป็นเรื่องของมาตรการเชิงป้องกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเป็นปัญหาหรือเรื่องที่ซ้ำซากขึ้นมาจากผลของการตัดสินใจหรือปฏิบัติกิจกรรมประเภทต่างๆ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นด้วยความไม่ได้ตั้งใจ หรือเมื่อปรากฏออกมาเป็นผลที่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม

XXXXXXXXX





มาตรฐาน ISO 26000 บทที่ 5 (ตอนที่ 9 หัวข้อกำหนด 4.1 - หลักการของ SR โดยทั่วไป)

บทที่ 5
การอธิบายความหมาย และรายละเอียดของมาตรฐาน ISO 26000 ฉบับ FDIS (Explanation of ISO/SR 26000; Final Draft International Standard)
ตอนที่ 9: หัวข้อกำหนด 4.1 - หลักการของ SR โดยทั่วไป

4. Principles of social responsibility
4.1 General

This clause provides guidance on seven principles of social responsibility.
When approaching and practising social responsibility, the overarching objective for an organization is to maximize its contribution to sustainable development. Within this objective, although there is no comprehensive list of principles for social responsibility, organizations should respect the seven principles outlined below, as well as the principles specific to each core subject outlined in Clause 6.
Organizations should base their behavior on standards, guidelines or rules of conduct that are in accordance with accepted principles of right or good conduct in the context of specific situations, even when these are challenging.
In applying this International Standard it is advisable that an organization take into consideration societal, environmental, legal, cultural, political and organizational diversity, as well as differences in economic conditions, while being consistent with international norms of behavior.

คำอธิบาย 
4. หลักการของ SR
4.1 บททั่วไป
        หัวข้อกำหนดนี้ได้ให้รายละเอียดส่วนใหญ่ที่ปรากฏออกมาเป็นข้อแนะนำที่เกี่ยวข้องกับหลักการ 7 ประการของ SR เป็นเรื่องสำคัญ
        เมื่อมีการนำรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับแนวความคิด และวิธีการปฏิบัติงานด้าน SR ต่างๆ ไปใช้ประโยชน์นั้น เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการมุ่งเน้นไปข้างหน้าสำหรับองค์การแห่งนั้นก็คือ การก่อให้เกิดผลประโยชน์ขึ้นมาสูงสุดต่อการช่วยเหลือ และสนับสนุนต่อการพัฒนาแบบยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้เป็นผลที่ดีส่วนใหญ่ และยังครอบคลุมรายละเอียดรวมไปถึงการสร้างสุขอนามัยและสวัสดิการที่ดีขึ้นมากับสังคมได้เป็นประการสำคัญ ภายใต้ขอบเขตของวัตถุประสงค์เช่นนี้ ถึงแม้ว่า จะไม่มีการกำหนดรายละเอียดสำหรับหลักการของ SR ออกมาได้อย่างละเอียดครบถ้วนทุกประการ หรือสามารถครอบคลุมลงไปในเรื่องของการใช้ประโยชน์เพื่อกำหนดให้เป็นแนวทางได้อย่างกว้างขวางมากก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปก็คือ หลักการอย่างน้อย 7 ประการที่อธิบายไว้เป็นรายละเอียดข้างล่างนี้ สมควรที่องค์การแต่ละแห่งล้วนจำเป็นจะต้องมีการพิจารณา แสดงความเคารพนับถือ มีการนำไปใช้ปฏิบัติ หรือต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้มีความสอดคล้องเข้ากับหลักการ SR เหล่านี้ ซึ่งได้มีการระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนอยู่ด้วยแล้วภายในหัวข้อกำหนดหลักที่ 6 เป็นประการสำคัญ
        นอกจากนี้องค์การสมควรจะต้องมีการดำเนินงานบางประการขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อให้อยู่บนพื้นฐานที่สามารถครอบคลุมรายละเอียดของหลักการทางด้านพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นพฤติกรรมที่ยึดถืออยู่บนพื้นฐานของข้อกำหนดตรงตามมาตรฐาน รายละเอียดแนวทางอื่นๆ ที่ปรากฏออกมาเป็นข้อแนะนำต่างๆ หรืออาจอาศัยกฎเกณฑ์ของการควบคุมการประพฤติปฏิบัติ ซึ่งแสดงผลของความสอดคล้องเป็นไปตรงตามหลักการที่ยอมรับได้ของสิทธิหรือการประพฤติปฏิบัติที่ดีดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้บริบทของสถานการณ์ที่จำเพาะหนึ่งๆ หรือเมื่อพบอยู่ภายใต้เงื่อนไขของการมีลักษณะความท้าทายในลักษณะต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ภายในองค์การแห่งนั้นอยู่ร่วมด้วยก็ได้อีกเช่นกัน
        สำหรับการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากรายละเอียดของมาตรฐานนานาชาติฉบับนี้ ยังมีข้อแนะนำบางประการเพิ่มเติมขึ้นมาอยู่ร่วมด้วยก็คือ องค์การแต่ละแห่งล้วนจำเป็นต้องมีการพิจารณา และคำนึงถึงในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายต่างๆ ที่อาจพบเห็นอยู่ทั่วไปภายในองค์การแห่งนั้น ทั้งในลักษณะทางสังคม สิ่งแวดล้อม เนื้อหาประการต่างๆ ที่ถูกระบุไว้เป็นรายละเอียดทางกฎหมายอย่างชัดเจน และ/ หรือเมื่อปรากฏเป็นสภาพทางวัฒนธรรมขององค์การแห่งนั้นขึ้นมา เป็นต้น และเช่นเดียวกันกับรายละเอียดของความแตกต่างที่สามารถพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจเป็นสาเหตุหลัก และยังอาจครอบคลุมรายละเอียดที่รวมไปถึงการปฏิบัติงานบางประการ ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นให้มีผลของความสอดคล้องเข้ากับผลที่ต้องการให้ปรากฏออกมาเป็นบรรทัดฐานเชิงพฤติกรรมในระดับนานาชาติเกิดขึ้นอยู่ร่วมด้วยเสมอเป็นเรื่องสำคัญ
 
XXXXXXXXX